การถ่ายทอดสดจะเริ่มในไม่ช้า --
14 March 2020, 1:00 PM
ตอบทุกคำถาม พร้อมวิธีรับมือปัญหาที่ใช้ได้จริง ทั้งสุขภาพ การเงิน และธุรกิจ จากผู้เชี่ยวชาญ ฝ่าวิกฤต สู้โควิด-19
Share:
THE STANDARD
โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก
โดยเริ่มจากจีน ก่อนจะลุกลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก
ไม่เว้นประเทศไทย ที่แนวโน้มผู้ติดเชื้อกำลังเพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ

THE STANDARD
ฝ่าวิกฤต สู้โควิด-19

ตอบทุกคำถาม พร้อมวิธีรับมือปัญหาที่ใช้ได้จริง ทั้งสุขภาพ การเงิน และธุรกิจ จากผู้เชี่ยวชาญ

โควิด-19 กำลังแพร่ระบาดไปทั่วโลก
โดยเริ่มจากจีน ก่อนจะลุกลามไปยังภูมิภาคอื่นๆ ทั่วโลก
ไม่เว้นประเทศไทย ที่แนวโน้มผู้ติดเชื้อกำลังเพิ่มจำนวนสูงขึ้นเรื่อยๆ


ทำความรู้จักกับ COVID-19
"สาเหตุติดเชื้อไวรัส SARS-CoV-2 หรือไวรัสโคโรนา 2019"


"อาการ"
  
"80% อาการน้อย"

คล้ายไข้หวัดธรรมดาหรือไข้หวัดใหญ่
ที่อาการน้อยหายได้เองหลังพักผ่อนและดูแลตามอาการ



"14% อาการหนักจบปอดอักเสบ"
หายใจผิดปกติ

"5% อาการวิกฤต "
หายใจล้มเหลวช็อกจากการป่วยรุนแรง

"1-2% เสียชีวิต หลังมีอาการหนัก"
มักเกิดกับผู้สูงอายุ 60 ปีขึ้นไป ผู้มีโรคประจำตัวทางหัวใจ ปอด เบาหวาน
ภูมิต้านทานต่ำ หรือโรคประจำตัวอื่นๆ


วิธีสังเกตอาการ


"98.6% มีไข้"
(ไข้อาจจะไม่ได้เริ่มในวันแรกของการป่วย)

"69.6% มีอาการอ่อนเพลียผิดปกติ"

"59.4% ไอแห้ง"

การแพร่เชื้อ



"ทางตรง"
คลุกคลีใกล้ชิดกับผู้ป่วยระยะน้อยกว่า 1-2 เมตร
ทางละอองฝอย (Droplet) น้ำลาย เสมหะ น้ำมูก ที่ผู้ป่วยไอ จาม หรือการพูดที่น้ำลายกระเด็น


"ทางอ้อม"
สัมผัสบริเวณพื้นผิว สิ่งของ มือคนอื่น
ที่มีการปนเปื้อนเชื้อโรคจากผู้ป่วยที่มีการไอ จาม แล้วนำไปเข้าจมูก ปาก หรือตาของตนเอง
มีสิ่งอื่นนำเชื้อไปโดยการสัมผัส เช่น ของเล่น สัตว์เลี้ยง


"ทางละอองฝอย"
ละอองฝอยขนาดเล็กกว่า 5 ไมครอนที่ลอยในอากาศ

วิธีป้องกัน

"ล้างมือบ่อยๆ ด้วยน้ำและสบู่ หรือแอลกอฮอล์ความเข้มข้น 70% ขึ้นไป"

"ไม่เอามือจับหน้า ปาก จมูก หรือตา"

"เว้นระยะห่างจากคนอื่นที่อาจจะแพร่เชื้อ หลีกเลี่ยงการไปในที่ที่คนหนาแน่น"

"SOCIAL DISTANCING"
การเพิ่มระยะห่างทางสังคม โดยหลีกเลี่ยงสถานที่สาธารณะที่แออัด
งดกิจกรรมการรวมคนจำนวนมากและรักษาระยะห่างประมาณ 2 เมตรจากผู้อื่น

"ทำไมต้องเว้นระยะห่าง"
มาตรการนี้จะทำให้สามารถลดการแพร่กระจายเชื้อจากคนหนึ่งไปสู่อีกคนหนึ่งได้
เหมือนโดมิโนที่วางเรียงกัน หากเว้นระยะห่างปริมาณผู้ป่วยในช่วงเวลาหนึ่งจะลดลง
โรงพยาบาลจะสามารถรองรับผู้ป่วยที่มีอาการได้ทั้งหมด
นักวิจัยจะได้รับ ‘การต่อเวลาพิเศษ’ เพื่อคิดค้นยาและวัคซีนมาต่อสู้กับไวรัส


" เราจะเว้นระยะห่างกันอย่างไร ?? "

"คนทั่วไป"

  • เพิ่มระยะห่างระหว่างกัน เช่น นั่งกินข้าว ยืนรอลิฟต์ ห่างจากคนรอบข้างประมาณ 2 เมตร
  • หลีกเลี่ยงสถานที่ที่คนพลุกพล่าน เช่น ห้างสรรพสินค้า สถานบันเทิง
  • งดไปในพื้นที่ที่มีการระบาด
  • ล้างมือบ่อยๆ
  • สวมหน้ากากอนามัย


"ผู้มีอาการป่วย"

  • หากมีอาการหวัด ไอ มีน้ำมูก เจ็บคอ ต้องแยกตัวจากผู้อื่น
  • หยุดเรียน หยุดงาน พักรักษาตามอาการอยู่ที่บ้าน
  • แยกตัวจากสมาชิกในบ้าน
  • สวมหน้ากากอนามัย
  • หากอาการไม่ดีขึ้น มีความเสี่ยงต่อโควิด-19
  • ให้รีบไปพบแพทย์


"ผู้สูงอายุและกลุ่มเสี่ยง"

  • ผู้มีอายุมากกว่า 60 ปีขึ้นไป มีโรคปอดเรื้อรัง ไตเรื้อรัง หัวใจล้มเหลว เป็นโรคอ้วน (BMI ตั้งแต่ 35 ขึ้นไป) โรคตับแข็ง ภูมิคุ้มกันบกพร่อง
  • งดออกจากบ้าน
  • หลีกเลี่ยงการใกล้ชิดสมาชิกที่กลับมาจากนอกบ้าน

ฉันติดโควิด-19 แล้วหรือยัง ??

"เช็กอาการ"
มีไข้ อุณหภูมิสูงกว่า 37.5 องศาเซลเซียส (โดยส่วนใหญ่) มีอาการระบบทางเดินหายใจ (ข้อใดข้อหนึ่งต่อไปนี้)

"วิธีตรวจหาเชื้อ"
ตรวจหาสารพันธุกรรมของเชื้อ (RT-PCR) จากการจิ้มจมูกและการป้ายคอโดยแพทย์

  • เงยหน้า แหย่ก้านพลาสติกปลายนุ่มในจมูก 1 ที
  • แหย่ก้านพลาสติกพันสำลีตรงต่อมทอนซิลและคอด้านหลัง 1 ที (จะรู้สึกอยากอาเจียน)